ดาวเรืองกับศาสนา

ดาวเรืองกับศาสนา

บูชาพระพรหมสี่หน้า ด้วยดอกดาวเรือง

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือด้วยดาวเรือง
เพื่อสิริมงคลของชีิวิต

ดาวเรือง ดอกไม้แห่งความรุ่งเรือง

 

ที่มา   http://www.marigoldasia.com/th/region.php

การนำดอกดาวเรืองไปประยุกต์ใช้

พวงมาลัยดอกดาวเรือง

ภาพนี้แม่ค้าีที่ปากคลองตลาด กำลังนำดอกดาวเรืองเอ เอฟ เอ็ม มาร้อยเป็นพวงมาลัยรอขายให้แก่ลูกค้า


รูปแบบพวงมาลัยดาวเรืองแบบต่างๆ เมื่อนำมาร้อยร่วมกับดอกไม้อื่นๆ

ดอกดาวเรืองเอ เอฟ เอ็ม ที่มีกลีบดอกที่ใหญ่ และแข็งแรง สามารถนำมาพับเพื่อร้อยร่วมกับใบตอง สวยงามมาก

มาดูวิธีการร้อยพวงมาลัยดาวเรืองขั้นเทพกันครับ

ดอกดาวเรืองร้อยเป็นพวงมาลัย แซมกับดอกกุหลาบ หรือ ขั้นดอกผลมะกรูดซักลูก

ร้อยพวงมาลัยดอกดาวเรือง ร่วมกับดอกมะลิ และแซมด้วยดอกกุหลาบ

รูปนี้เด็กน้อยกำลังนำพวงมาลัยไปกราบแม่ ดอกดาวเรืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ดอกมะลิความกตัญญู และดอกกุหลาบ แสดงถึงความรัก

พวงมาลัยดอกดาวเรือง แซมด้วยดอกบัว และดอกรัก

งานนี้ประณีตมากครับ นำกลีบดอกดาวเรืองมาพับอย่างละเมียดละไม เพื่อทำเป็นรูปกรงจักร แต่ถ้าพวงมาลัยดาวเรืองออกมาสวยงามอย่างนี้ล่ะก็ คุ้มค่ากับการพยายามครับ

มาดูอีกมุมนึงครับ สวยงามและดูดีมากเลย

ดาวเรืองสัญลักษณะของความรุ่งเรือง มั่งคั่งร่ำรวย และสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย

ที่มา  http://www.marigoldasia.com/th/apply.php

การตัดดอก

การตัดดอก
ก่อนตัดดอกดาวเรืองเพื่อนำไปจำหน่ายประมาณ 2-3 วัน ควรใช้น้ำตาลทรายจำนวน15 ลิตร ฉีดพ่นใบดาวเรืองทั้งด้านบนและด้านล่าง จะทำให้ก้านดอกแข็งแรงขึ้น จากนั้นจึงทยอยตัดดอก อายุของดาวเรืองที่สามารถตัดดอกขายได้คือประมาณ 55-65 วัน หรือให้สังเกตจากดอกที่ยังมีกลีบดอกตรงกลางเป็นสีเขียวอยู่ได้นานกว่าดอกที่ บานทั้งหมด ในการตัดดอกนั้นควรตัดให้ชิดโคนกิ่งให้มากที่สุด จะทำให้ก้านดอกที่ติดมามีขนาดยาว

ที่มา  http://www.nanagarden.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-10146-13.html

การปฎิบัติดูแลรักษา

การปฏิบัติดูแลรักษา
1) การรดน้ำ ในช่างแรกคือตั้งแต่เริ่มปลูกถึงอายุ 7 วัน ควรรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหลังจากนั้นรดน้ำวันละครั้งในตอนเช้าก็พอ และในช่วงที่ดอกเริ่มบานจะต้องระวังอย่าให้น้ำถูกดอกดาวเรือง เพราะจะทำให้ดอกเสียหายและถูกเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย
2) การใส่ปุ๋ย เมื่อดาวเรืองมีอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม และเมื่อดาวเรืองมีอายุ 35 และ 45 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร15-24-12 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม เช่นกัน การใส่ปุ๋ยควรใส่ให้ห่างโคนต้นประมาณ 6 นิ้ว โดยฝังลงในดินประมาณครึ่งนิ้ว จากนั้นควรพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นและกลบโคนต้นไว้ การใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะต้องรดน้ำให้โชกเสมอ
3) การปลิดยอด นิยมเรียกว่า การเด็ดตุ้ม หรือการแต่งตุ้ม ทำเพื่อให้ดาวเรืองแตกพุ่มและจะทำให้ดอกดาวเรืองมีขนาดใหญ่ การปลิดยอดนี้ควรทำเมื่อดาวเรืองมีอายุ 21-25 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ดาวเรืองมีใบจริงขนาดใหญ่ประมาณ 4 คู่ และส่วนยอดมีใบเล็ก ๆ ประมาณ 1-2 คู่ วิธีการปลิดยอดทำได้โดยใช้มือซ้ายจับใบคู่บนสุดที่ต้องการเหลือไว้แล้วใช้ มือขวาดึงส่วนยอดลงทางด้านข้าง เพื่อให้ยอดหลุดออกมา ไม่ควรเด็ดยอด เพราะจะทำให้ส่วนตาของยอดเหลือติดอยู่ ซึ่งจะเจริญเป็นดอกในภายหลัง ทำให้ดอกไม่เป็นไปตามกำหนด คือดอกบานไม่พร้อมกันและมีขนาดเล็ก ปกติดาวเรืองต้นหนึ่งควรไว้ดอกประมาณ 8 ดอก จึงจะได้ดอกที่มีคุณภาพ
4) การปลิดตาข้าง หลังจากการปลิดตายอดประมาณ 1 สัปดาห์ ตาข้างจะเริ่มแตกขึ้นใหม่นั้น มียอดที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดและมีตาข้างเจริญออกมาหรือยัง เมื่อดอกที่ยอดมีขนาดประมาณเท่าเมล็ดข้าวโพด ให้ปลิดตาข้างออกให้หมด เพื่อไม่ให้ตาข้างเจริญเป็นดอกต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอกที่ยอดมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว และมีขนาดสม่ำเสมอ

ที่มาhttp://www.nanagarden.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-10146-13.html

การใส่ปุ๋ย-ให้นํา

การใส่ปุ๋ย – การให้น้ำ

การให้น้ำดาวเรืองแบบที่ 1
ให้น้ำท่วมร่องในแปลงดาวเรือง (Furrow System)  วิธีนี้ประหยัดสะดวก แต่อาจเกิดวัชพืชมากและดินในแปลง
ลำบาก อีกทั้งโรคทางดินระบาดได้ง่าย

การให้น้ำดาวเรืองแบบที่ 2
ให้น้ำระบบพ่นฝอย
(Overhead  Sprinkler) เกษตรกรบางท่านจะให้น้ำผ่าน
ท่อทั่วแปลงดาวเรืองและติดปริงเกอร์พ่นฝอย
เหนือต้น วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนแมลง
ควรใช้ในแปลงที่มีแดดจัด มีลมถ่ายเท  มิฉะนั้นน้ำจะค้างอยู่ในกลีบดอกทำให้
ดอกเน่าและเกิดเชื้อราได้ง่าย

การให้น้ำดาวเรืองแบบที่ 3  
ให้น้ำระบบท่อตามแปลงดาวเรือง
(Drip Tape) เป็นวิธีที่ดีที่สุด
การให้น้ำทั่วถึงทุกต้นจะได้รับน้ำสม่ำเสมอ
และวัชพืชน้อยช่วยให้ประหยัดแรงงาน

การให้น้ำดาวเรืองหลังย้ายปลูก
ช่วงการเจริญเติบโต
ทุกๆ 7 วันให้น้ำ 1 ครั้ง
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
ช่วงก่อนตัดดอก
ควรให้น้ำก่อนการตัดดอก 2 วัน  วันถัดไปหรือวันที่ 3 จึงตัดดอก
การให้น้ำก่อนการตัดดอก 2 วัน จะได้ดอกใหญ่ไม่เหี่ยวง่าย
ช่วงระหว่างตัดดอก
ทุกๆ 2 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม)
การให้ปุ๋ยดาวเรืองหลังการย้ายปลูก
ระยะเวลาเริ่มให้ปุ๋ยน้ำ

ช่วงหลังย้ายปลูก

ฤดูหนาว

ปุ๋ยสูตร 46-0-0
อัตราผสม 1 กก./น้ำ 100 ลิตร
ให้ปุ๋ยดอกดาวเรืองติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 และ 2 ห่างกัน 7-10 วัน

ช่วงหบลังย้ายปลูก

ฤดูฝน

ปุ๋ยสูตร 15-0-0
อัตราผสม 1 กก./น้ำ 100 ลิตร
ระยะเวลาเริ่มให้ปุ๋ยเม็ดตอนกลบโคนต้นดาวเรือง : 5-10 วันหลังการให้ปุ๋ยน้ำครั้งที่ 2
ช่วงกลบโคนต้น
ปุ๋ยสูตร 15-15-15
20-25  กรัม
โรยปุ๋ยรอบทรงพุ่ม
พร้อมกับการทำรุ่น
และกำจัดวัชพืช
ปุ๋ยสูตร 13-13-21
20-25  กรัม

 

     ที่มา   http://www.marigoldasia.com/th/plant4.php

การกลบโคนต้น

การกลบโคนต้น

              ควรเริ่มกลบโคนหลังย้ายปลูกประมาณ 20-24 วัน โดยการโรบปุ๋ยเม็ดสูตร 15-15-15 หรือ 13-13-21  ตามตารางด้านบนและทำการกลบโคนต้นให้สูงชิดกับข้อใบคู่แรก (ข้อใบคู่ล่างสุด)  หลังย้ายปลูกและเด็ดยอด  การกลบโคนต้นจะทำให้ระบบรากพัฒนาและแผ่ขยายมากขึ้น  ส่งผลให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี ทรงพุ่มแผ่ขยายได้ดี  ลำต้นสูงขึ้นและประคองทรงต้นไม่ให้หักล้มง่าย

 

 
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

      ที่มา    http://www.marigoldasia.com/th/plant5.php

การเตรียมดินและแปลงปลูก

การเตรียมดินและแปลงปลูก

การเตรียมดินและแปลงปลูก
การกำจัดศัตรูพืช
หญ้าคา/พืชตระกูลกกที่มีหัว
ไกลโพเสท
ควรใช้ก่อนปลูก  30 วัน
 
 
พืชขนาดเล็ก/ต้นหญ้าอ่อน
พาราควอท
   
การเตรียมดิน
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 3
ขั้นตอนที่ 4
 
ไถลึกประมาณ 30-50 ซม. และตากทิ้งไว้ 4-5 วัน
หว่านโดโลไมท์
เพื่อปรับสภาพดิน (กรณีดินเป็นกรด) อัตรา 500-1,000กก. ตามเหมาะสม
ตีพรวนดินให้ละเอียด
และขึ้นแปลงปลูก
ก่อนปรับแปลงปลูก ควรหว่านปุ๋ย 15-15-15  แล้วเกลี่ยแปลงให้เรียบ อัตรา 25-30 กก./ไร่
ขนาดของแปลงปลูก
1. แปลงปลูกกว้าง 1.20 เมตร
ปลูก 2 แถว
   
 
2.  แปลงปลูกกว้าง 40-50 ซม.
ปลูก 1 แถว
   
ระยะห่างระหว่างต้น
ฤดูร้อน
40*40 ซม.
   
 
ฤดูฝน
50*50  ซม.
   
 
ฤดูหนาว
25-35*25-35 ซม.
   
         
1. ไถ      2.  ยกร่อง              3.  หว่านปูนขาว
หรือโดโลไมท์ เพื่ปรับสภาพดิน
4.  หว่านปุ๋ยหมัก
รองพื้นหรือปุ๋ยสูตร
  15-15-15
อัตรา 50 กก. ต่อ 1 ไร่
5.  ตีพรวนดิน
และส่วนผสมต่างๆ
ให้ละเอียด
- การปลูกแบบยกร่องแถวคู่กว้างประมาณ 120 ซม.         
- การปลูกแบบยกร่องแถวเดี่ยว กว้างประมาณ40-50ซม.

                      ที่มา  http://www.marigoldasia.com/th/plant2.php

 
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

การย้ายปลูกต้นกล้าดาวเรือง

  การย้ายปลูกต้นกล้า

การย้ายปลูกต้นกล้า
ระยะเวลาการย้ายปลูก
12-20  วัน
ขึ้นอยู่กับพันธุ์  ฤดูกาล
และวิธีการเพาะ
ซึ่งจะมีผลต่อความสูง
ของต้นและขนาดดอก
จำนวนใบจริง
4-6  ใบ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสม
ช่วงเย็น  ( แดดไม่แรง )
 
ความลึกของหลุม
4-5  ซม.
พยายามให้ต้นตั้งตรง
การให้น้ำเพื่อการฟื้นตัว
ให้น้ำสม่ำเสมอจนฟื้นตัว
ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

*** การย้ายปลูกอาจส่งผลกระทบต่อความสูงของต้นและดอก  โดยอาจทำให้ต้นเตี้ยและขนาดดอกเล็กหรืออาจจะออกดอกในขณะที่ต้นยังเล็กอยู่  ทำให้ผลลิตน้อย  หากไม่แน่ใจเรื่องจำนวนวันที่ย้ายปลูกควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ของบริษัทก่อนทุกครั้ง

ที่มา  http://www.marigoldasia.com/th/plant2.php

การผลิตต้นกล้าดาวเรือง

การผลิตต้นกล้าดาวเรือง

ระยะต้นกล้า
ระยะที่1
ระยะที่2
ระยะที่3
ระยะที่4
การสังเกต
เพาะเมล็ดจนกระทั่ง
รากโผล่พ้นเมล็ด
รากงอกจนกระทั่ง
เห็นใบเลี้ยงคู่แรก
สังเกตเห็นใบจริง
คู่แรกเริ่มพัฒนา
รากเจริญลงลึก
มีใบจริง 2-3 คู่
การเจริญเติบโต
3-4 วัน
4-7 วัน
7-12 วัน
12-20 วัน
ค่า กรด/ด่าง
6.0-6.5
6.0-6.5
6.0-6.5
6.0-6.5
การใส่ปุ๋ย
ไม่ต้องการปุ๋ยในระยะนี้
ปุ๋ยเม็ด 15-0-0  33 กรัม ละลายในน้ำ 100 ลิตร
ปุ๋ยเม็ด 15-0-0     66 กรัมละลายน้ำ 100 ลิตร(1-2 ครั้ง/สัปดาห์)
ปุ๋ยเม็ด 15-0-0   66 กรัมละลายในน้ำ 100 ลิตร       (1-2ครั้ง/สัปดาห์)
การรดน้ำ
พ่นฝอย
รดโคนต้นโดยใช้ฝักบัว
อุณหภูมิ
22-24 c
22-24 c
22-24 c
22-24 c
สภาพแสง
ใช้ตาข่ายพรางแสง  70-80%

ใช้ตาข่ายพรางแสง

25-50%

ใช้ตาข่ายพรางแสง

25%

ไม่ต้องการพรางแสง
ความชื้น
ความชื้นปานกลาง
ความชื้นสลับแห้ง ตลอด 24 ชม.
         

ระยะการเจริญเติบโตของต้นกล้า GERMINATION

ระยะที่ 1
ระยะที่ 2
ระยะที่ 3
ระยะที่ 4

การเพาะเมล็ดโดยใช้ถาดหลุม

การเพาะเมล็ดในถาดเพาะจะได้ต้นกล้าที่มีความเจริญเติบโตสม่ำเสมอดี

วัสดุอุปการณ์สำหรับเพาะเมล็ด

มีเดียหรือวัสดุเพาะ การเพาะเมล็ดลงในถาดเพาะเมล็ด
ข้อดี  คือต้นกล้าแข็งแรง  ได้ผลผลิตแน่นอน  ย้ายปลูกง่ายและระบบรากไม่กระทบกระเทือนเวลาย้ายปลูก
การผสมทีเดียและน้ำ
การวัดความชื้นของมีเดียด้วยการบีบ  เมื่อบีบวัสดุเพาะควรจะมีน้ำซึมออกมาตามง่ามนิ้วพอประมาณ
การนำมีเดียบรรจุลงถาดเพาะและทำหลุมลึกประมาณ 0.5 ซม.
การหยอดเมล็ดลงในถาดหลุม 1 เมล็ด/หลุม             กลบด้วยมีเดีย
ถาดเพาะ
การเพาะเมล็ดลงกระบะหรือตะกร้า

ต้นกล้าที่หว่านลงดินโดยตรง


สารกันเชื้อราและปุ๋ยต้นกล้า

ต้นกล้าเจริญเติบโตสม่ำเสมอ
แต่ย้ายปลูกยาก  เพราะรากจะพันกันทำให้รากเสียหาย
เมื่อแยกต้นกล้าออกจากกัน
-  ต้นกล้าเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอ
-  อัตราการงอกต่ำ
-  เกิดความเสียหายช่วงย้ายปลูกมาก
  วิธีนี้สะดวกประหยัดต้นทุนแต่จะได้ผลลิตไม่ดีเท่ากับใช้ถาดเพาะ  และระบบรากอาจได้รับความกระทบกระเทือนเวลาย้ายปลูก

ที่มา  http://www.marigoldasia.com/th/plant.php